ตัวอย่างการทำ Email Marketing ที่จะทำให้ลูกค้าหลงรักธุรกิจคุณ

ในยุคของการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้นแบบในปัจจุบัน ทุกธุรกิจต่างมีกลยุทธ์และวิธีทำการตลาดที่หลากหลาย เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เกิดการตัดสินใจซื้ออยู่เสมอ โดยเฉพาะลูกค้าเก่าที่ต้องการให้เกิดการซื้อซ้ำ หรือลูกค้าใหม่ที่ต้องการให้เกิดการรับรู้และตัดสินใจซื้อในที่สุด นอกจากการมุ่งเน้นในเรื่องการทำยอดขายแล้ว เรื่องการซื้อใจลูกค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ธุรกิจต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกค้ายังคงมีความประทับใจในสินค้าบริการของเรา และนำไปสู่การซื้อในอนาคตจนไปถึงการบอกต่อลูกค้าท่านอื่น เป็นต้น แต่การทำการตลาดแบบไหนที่ใช้แล้วได้ผลแล้วคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุดนั้น คงต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าจุดประสงค์ในการทำแคมเปญหรือรูปแบบทางการตลาดของธุรกิจ แต่หนึ่งกลยุทธ์ที่หลายธุรกิจเลือกใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังได้ประสิทธิภาพที่ดี ก็คือการทำ Email Marketing หรือการทำการตลาดผ่านอีเมล นั่นเอง ซึ่งเป็นการทำการตลาดที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการขายของธุรกิจได้อย่างดี แล้วทำอย่างไรที่จะช่วยทำให้ลูกค้าหลงรักธุรกิจของเรา ไปดูตัวอย่างพร้อมกันได้ในบทความนี้ค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

Email Marketing คืออะไร?

Email Marketing

 

Email Marketing คือ การทำการตลาดผ่านทางอีเมล ซึ่งสามารถส่งข้อความสำคัญได้พร้อมกันหลายร้อยอีเมล โดยที่ระบบไม่มองว่าเป็น spam ตัวอย่างวัตถุประสงค์ของการทำการตลาดผ่านอีเมล เช่น การเปิดตัวสินค้าใหม่ การนำเสนอโปรโมชั่นให้กับลูกค้าที่เรามีอีเมลอยู่แล้ว และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ เราสามารถ Retargeting หรือกลับไปเสนอการขายกับลูกค้าเก่าที่เคยซื้อสินค้าเราไปแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอัตราซื้อสินค้าเราสูงกว่าลูกค้าใหม่ๆ ที่เขายังไม่ได้รู้จักสินค้าเราเลย

การทำ Email Marketing นั้น อาจจะพูดได้ว่า แทบจะเหมาะกับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจความงาม ธุรกิจสุขภาพ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า ธุรกิจเสื้อผ้า หรือแม้แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอีกหลายๆ ธุรกิจ ซึ่งเมื่อยุคเปลี่ยนไปและก้าวเข้าสู่ยุคแห่งดิจิทัลมากขึ้น การซื้อขายต่างๆ อยู่บนโลกออนไลน์ ทำให้การทำการตลาดไม่ว่าจะทั้ง SMS Marketing หรือ Email Marketing ต่างมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นอย่างมาก

Email Marketing นอกจากเป็นการทำการตลาดเพื่อมัดใจลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้แล้ว ยังมีข้อดีอีกอย่างคือ สามารถวัดผลการทำงานได้ด้วยการ Tracking จาก Link ที่เราแนบไปในอีเมลว่า มีคนเข้าชมหรือคลิกลิงก์ไปยังเว็บไซต์จากอีเมลกี่คน เข้ามาแล้วไปหน้าอื่นอีกไหม แล้วสามารถสร้างยอดขาย และกำไรได้เท่าไหร่ เป็นต้น ซึ่งการที่จะมีระบบที่ธุรกิจจะสามารถทำการตลาดได้อย่างครบฟังก์ชั่นแบบนี้ ธุรกิจควรต้องมีเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการทำงานตรงนี้ด้วย ซึ่งในวันนี้เราขอยกตัวอย่างในการทำ Email Marketing ด้วย R-Message เครื่องมือสำหรับส่งข้อมูล ข้อความ ข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ในรูปแบบของ SMS หรือ Email

 

5 เคล็ดลับ ทำ Email Marketing ให้ลูกค้าหลงรักธุรกิจของคุณ

การทำ Email Marketing เป็นการเขียนข้อความเชิงโฆษณา ประชาสัมพันธ์และส่งให้ลูกค้าผ่านทางอีเมล แต่การที่ลูกค้าจะสนใจจนเปิดอ่านอีเมลและเกิดการซื้อสินค้าได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น อาจจะต้องอาศัยเคล็ดลับในการเขียนอีเมลที่น่าดึงดูดใจ จนเชิญชวนให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อในที่สุด และวันนี้เราจึงมี 5 เคล็ดลับเฉพาะ ที่จะช่วยให้การทำ Email Marketing ของคุณมีความน่าสนใจ ดึงลูกค้าให้กลับมาซื้อซ้ำได้อีกครั้ง

 

เคล็ดลับข้อที่ 1 : ส่งอีเมลด้วยข้อความที่น่าประทับใจ ให้ลูกค้าที่ใช่ ด้วย R-Message

เคล็ดลับข้อแรกเลย คือ การที่เราต้องมีเครื่องมือที่เข้ามาช่วยในการส่งอีเมลให้ลูกค้าอย่างเป็นระบบ และจัดการได้ง่าย เพราะในแต่ละวันเราอาจต้องส่งข้อความให้กับลูกค้าจำนวนมาก ถ้าเรามานั่งพิมพ์ทีละข้อความอาจจะทำให้ต้องใช้เวลามาก จนอาจไม่ได้ไปทำงานสำคัญอย่างอื่น แต่ข้อความถึงลูกค้าก็จำเป็นต้องทำ เพื่อที่จะนำเสนอสินค้าที่น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้าให้มาซื้อสินค้า รวมถึงรักษาลูกค้าคนสำคัญของเราเอาไว้ แต่ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าธุรกิจเลือกใช้เครื่องมือสำหรับส่งข้อความโดยเฉพาะ ด้วย R-Message ที่มีไว้สำหรับส่งข้อความ SMS หรืออีเมลถึงลูกค้าในที่เดียว มีฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย เพียงแค่ผู้ใช้งานอาจจะต้องเรียนรู้ระบบ และทดลองใช้จริงอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยทำให้เข้าใจกระบวนการการทำงานและสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง

R-Message สามารถใช้งานได้ง่ายเพียงไม่กี่ขั้นตอน เมื่อมีการเตรียมข้อมูล Email ลูกค้า เนื้อหาข้อความสำคัญต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไป สามารถทำได้ง่ายดาย เพียงเริ่มจากการกรอกข้อมูลลำคัญตามช่องที่ระบบระบุไว้ วางเนื้อหาข้อความที่น่าประทับใจ มีประโยชน์ ตรงตามวัตถุประสงค์ เลือกกลุ่มลูกค้าผู้รับอีเมล และสามารถส่งถึงลูกค้าในช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือเวลาที่เราต้องการได้เลย

r-message สำหรับการทำ email marketing

 

เคล็ดลับ ข้อที่ 2 : รายชื่ออีเมลลูกค้า และการแบ่งกลุ่มลูกค้า

เมื่อเรามีเครื่องมือในการทำ Email Marketing พร้อมแล้วจากเคล็ดลับในข้อ 1 แล้ว ต่อมาอีกอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำการตลาดผ่านอีเมล ก็คือต้องมีการเตรียมรายชื่อหรือ Email List ของลูกค้าแต่ละกลุ่มไว้ด้วย เช่น กลุ่มลูกค้า Top Spender, กลุ่มลูกค้าที่ซื้อครั้งแรก, กลุ่มลูกค้าแยกตามสินค้าหรือกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจหรือจุดประสงค์ของธุรกิจนั้นๆ ซึ่งรายชื่ออีเมลของลูกค้านั้น ต่างมีที่มาจากหลากหลายแหล่ง เช่น จากการที่ลูกค้ากรอกข้อมูลเข้ามาเอง จากการสมัครสมาชิก จากการที่เราได้ไปออกอีเว้นท์ หรือแหล่งอื่นๆ   ซึ่งข้อมูลตรงนี้เราก็ควรมีการจัดการที่เป็นระบบเป็นระเบียบ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและวิเคราะห์ผลด้วย

การส่งข้อความทีเดียวได้หลายฉบับ จะช่วยให้เราทำงานให้ได้เร็วและง่ายขึ้น แต่ต้องอย่าลีมว่า ลูกค้าแต่ละคน แต่ละกลุ่มก็ไม่เหมือนกัน ถ้าส่งข้อความให้เหมือนกันหมด อาจจะไม่เหมาะกับลูกค้าบางกลุ่ม และลูกค้าอาจรู้สึกว่าเป็นข้อความที่คัดลอกมา ไม่ได้ตั้งใจเขียนให้กับลูกค้าคนนั้นจริงๆ พอสื่อสารได้ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย ก็ส่งผลให้ยอดขายน้อยลงได้ เพราะยากที่จะดึงดูดให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ดังนั้นการแบ่งกลุ่มลูกค้า หรือการทำ Customer Segment จึงมีความจำเป็นและสำคัญ เราควรเข้าใจในพฤติกรรมและรายละเอียดของลูกค้าให้ชัดเจน ว่าลูกค้าแต่ละคนมีข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อให้เราเข้าใจลูกค้ามากขึ้น รวมถึงแบ่งกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน เพราะแต่ละกลุ่มก็จะมีการสื่อสารที่แตกต่างกัน เช่น ลูกค้ากลุ่มที่ซื้อสินค้าไม่เกิน 1 ครั้งต่อเดือน กับลูกค้าขาประจำ ที่ซื้อ 4-5 ครั้งต่อเดือน ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ต้องใช้ข้อความในการสื่อสารที่แตกต่างกันสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม

 

r-message custom segment

 

ซึ่งการใส่รายละเอียดลูกค้า รวมถึงการแบ่งกลุ่มลูกค้าก็สามารถทำได้ง่ายๆ ได้ใน R-Message เลยค่ะ เพียงแค่เข้าระบบ R-Massage แล้วคลิกปุ่ม “สร้างแคมเปญ” หลังจากนั้นจะมีหน้าต่างป็อปอัพขึ้นมา แล้วก็เราเลือก “สร้าง Custom Segment” แล้วอัปโหลดไฟล์ลูกค้าแต่ละกลุ่มลงไปค่ะ เวลาเราจะส่งข้อความ ก็ให้ไปที่ช่อง “กลุ่มผู้รับ” และเลือก Segmentation ของลูกค้าที่เราต้องการส่งข้อความได้เลย หรือหากธุรกิจไหนมีการใช้ R-CRM แพลตฟอร์มบริหารทีมขายอยู่ด้วยแล้ว และต้องการส่งข้อความอีเมลหาลูกค้ากลุ่มนี้ก็สามารถคลิกเลือกในได้ผ่านระบบหลังบ้านของ R-Message

 

 เคล็บลับ ข้อที่ 3 : เขียนชื่อหัวข้ออีเมล ให้ชวนกดเพื่อเปิดอ่านต่อ

เมื่อมีเครื่องมือ และข้อมูลต่างๆ ของลูกค้าพร้อมแล้ว ก็จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนของการเตรียมเนื้อหาข้อความในอีเมลที่เราต้องการเขียนหรือนำเสนอลงไป โดยที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนคงเจอปัญหาส่งข้อความหรืออีเมลให้ลูกค้าแล้วมักจะไม่ค่อยมีคนเปิดอ่านใช่ไหมคะ หรือบางทีก็ไม่รู็ว่าลูกค้าได้รับอีเมลอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งในตอนนั้นอาจจะยังไม่มีเครื่องมือมาช่วยเก็บข้อมูลหรือประมวลผลการทำงานตรงนี้ เลยทำให้ผู้ใช้ง่ายหรือผู้บริการ ผู้จัดการฝ่านการตลาด ไม่ทราบถึงผลการทำงานว่าได้ผลลัพธ์ดีหรือไม่ดี แตกต่างกันอย่างไร ดังนั้น เคล็ดลับที่จะช่วยเพิ่มอัตราการเปิดอ่านข้อความก็อยู่ที่ชื่ออีเมลลูกค้าที่ถูกต้อง และหัวข้อของอีเมล ที่มีความดึงดูด น่าสนใจ โดยต้องใช้คำที่น่าดึงดูดความสนใจ เขียนชวนให้อ่านต่อ โดยไม่ต้องบอกเล่าหมด แต่เป็นคำหรือประโยคเด็ดๆ ที่เชิญชวนให้อ่านต่อถ้าอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ ให้ติดต่อทีมขายทางโทรศัพท์หรือแชท เป็นต้น

r-message create email campaign

 

ตัวอย่างหัวข้อ ข้อความอีเมล เช่น “รวมลิสต์สินค้าส่วนลดมากถึง 80% ภายในวันนี้เท่านั้น” ข้อความนี้ดึงดูดด้วยส่วนลดที่มากถึง 80% และบอกลูกค้าว่านี่คือรายชื่อสินค้าที่มีส่วนลด ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องบอกว่าลดอะไรบ้าง แต่ให้มาใส่ในเนื้อหาอีเมลข้างในแทนเพื่อให้คลิกอ่านต่อ และเสริมคำว่า “ภายใน 30 มิถุนายน 2565 นี้เท่านั้น” เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกว่า เป็นโปรโมชั่นระยะสั้น ถ้าไม่เปิดอ่านอีเมลหรือดูรายละเอียดตอนนี้ต้องพลาดโปรโมชั่นดีๆ ไปแน่ๆ

 

 

เคล็ดลับข้อที่ 4 - เนื้อหาอีเมลควรมีความน่าสนใจ ดึงคนให้อ่านจนจบ

นอกจากหัวข้ออีเมล ที่ควรต้องมีความน่าสนใจแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถการันตีได้ว่า คนจะอ่านเนื้อหาข้างในได้จนจบจริงๆ ดังนั้น ในส่วนของเนื้อหาอีเมล ก็ต้องมีการเขียนให้น่าสนใจ ดึงดูดคนอ่านให้อ่านจนจบ จนเกิด action ในการซื้อและปิดการขายได้ เคล็ดลับในการเขียนเนื้อหาอีเมล ก็คือ อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายและกระชับที่สุด เพราะสมัยนี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีเวลามากที่จะมานั่งอ่านอะไรที่ยาวเกินไป ดังนั้น ควรสื่อสารให้กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็น

นอกจากตัวหนังสือแล้ว สิ่งที่จะดึงดูดความสนใจได้ในข้อความอีเมลได้อีกอย่าง ก็คือ รูปภาพหรือแบนเนอร์ประกอบเนื้อหาอีเมล ซึ่งควรเป็นรูปภาพที่สวยเด่น ช่วยสื่อสาร เชื่อมโยงเนื้อหาได้อย่างชัดเจน โดยอาจเป็นภาพสินค้าหรือภาพประกอบอื่นๆ ที่ช่วยทำให้เนื้อหาน่าอ่านและน่าสนใจ ที่สำคัญอย่าลืมว่าเนื้อหาอีเมลต้องตรงกับวัตถุประสงค์ของการทำการตลาดด้วย เช่น หากต้องการกระตุ้นยอดขาย ก็อาจจะต้องมีเนื้อหาข้อความที่เป็นการสื่อสารในเชิงการขายแบบตรงไปตรงมา บอกราคาส่วนลดหรือโปรโมชั่นพิเศษ และที่สำคัญอย่าลืมว่าควรมี call to action เพื่อกระตุ้นให้เกิดการคลิกเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อซื้อสินค้าด้วย และหากวัตถุประสงค์การทำการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์หรือแจ้งข่าวสารให้ทราบ เนื้อหาอีเมลก็อาจจะต้องระบุสิ่งที่ต้องการเน้นให้ผู้อ่านทราบเลย ไม่เยิ่นเย้อ 

 

r-message content email marketing

จากรูปข้างต้น สำหรับใน R-Message ก็สามารถสร้างเนื้อหาอีเมลได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คลิกเลือกแถบเมนู “อีเมล” ระบบก็จะขึ้นหน้าสร้างเนื้อหาอีเมลให้ เราก็สามารถเขียนข้อความต่างๆ จัดวาง Text ให้สวยงาม รวมถึงยังแทรกรูปภาพสวยๆ ได้อีกด้วย ที่สำคัญมีปุ่ม Call to action แบบสำเร็จรูป ที่มีสามารถเปลี่ยน Text ที่ปุ่มนี้ได้ตามความชอบของเราได้เลย และแน่นอนว่า สามารถดู Preview เนื้อหาอีเมลก่อนส่งจริงได้ด้วย เพื่ตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนที่ส่งอีเมลจะถูกส่งไปยังลูกค้า

 

เคล็ดลับข้อที่ 5 : แทรก Link เพื่อวัดผล Email Marketing

มาถึงเคล็ดลับข้อที่ 5 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ก็คือ การแทรก Link ลงไปในข้อความหรือในอีเมลด้วยเสมอ ซึ่ง Link ที่ว่านี้ก็คือ Link หน้า Landing Page สินค้าบริการหรือหน้าอื่นๆ ที่เราต้องการสื่อสารให้ลูกค้าเห็นและรับรู้  เหตุผลที่ต้องใส่ Link เข้าไปนั้น ก็เพื่อที่ลูกค้าเอง จะได้คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาออกจากหน้าเว็บนั้นแล้วไปค้นหาเนื้อหาเองข้างนอกอีก และนอกจากนี้ยังเป็นผลดีต่อตัวเจ้าของธุรกิจเองด้วยเพราะถือว่าเป็นการลด Journey การขายให้สั้นลง ลดความซับซ้อนของขั้นตอนการซื้อของลูกค้า ช่วยให้ธุรกิจปิดการขายได้เร็วขึ้น  เพราะอย่าลืมว่าอะไรที่ยุ่งยาก ขั้นตอนที่วุ่นวาย อาจจะทำให้ลูกค้าหายไปได้ง่ายๆ ทั้งๆ ที่เราสามารถนำพาลูกค้าที่มีความสนใจเข้ามาได้แล้ว ดังนั้นการแนบ Link เพื่อให้ลูกค้าสามารถคลิกได้เลย จะเพิ่มอัตราการซื้อได้มากขึ้น รวมถึงเราเองก็สามารถวัดผล Email Marketing ได้ผ่าน Link เหล่านั้นได้ด้วยเช่นกัน 

 

r-message dashboard

 

โดยเราสามารถดูรายงานผลสถิติต่างๆ ได้ผ่าน “แดชบอร์ด” ใน R-Message ว่ามีคนคลิกมากี่คน และคลิกไปที่ใดบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ และนำไปพัฒนาแคมเปญ เนื้อหาข้อความหรือปรับกลยุทธ์การทำการตลาดของสินค้าและบริการนั้นๆ รวมถึงพัฒนาปรับปรุง Journey ของลูกค้าต่อไปอย่างได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

 

สรุป

มาเพิ่มโอกาสการได้เปรียบทางธุรกิจและสามารถกระตุ้นยอดขายสำคัญๆ ได้มากขึ้น ด้วยการทำ Email Marketing ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราเข้าใกล้ลูกค้าได้มากขึ้น ทำได้ทั้งในการนำเสนอขายสินค้าตัวใหม่ นำเสนอโปรโมชั่น หรือรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าคนสำคัญได้ การสื่อสารผ่าน E-mail บ่อยๆ จะช่วยทำให้ลูกค้ายังจดจำเราได้ และเพิ่มโอกาสการมองเห็นสินค้า รวมถึงการตัดสินใจซื้อได้มากขึ้น ซึ่งการทำ Email Marketing ต้องอาศัยเทคนิคมากมาย เพื่อให้ลูกค้าเปิดอ่านและนำไปสู่การซื้อสินค้าจริงๆ ซึ่งเทคนิคที่เรานำมาฝากในวันนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังคงต้องอาศัยเทคนิค ปัจจัยอื่นๆ ประกอบร่วมกับเคล็ดลับเหล่านี้ด้วย เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำการตลาดได้อย่างประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป

หากคุณอยากติดปีกให้กับธุรกิจตัวเองด้วย Email Marketing ที่มีประสิทธิภาพและวัดผลได้ สามารถใช้ R-Message เครื่องมือทำการตลาด จาก Readyplanet ที่ช่วยให้คุณสร้างข้อความ SMS และ Email Marketing ได้อย่างง่ายดาย ผ่าน Template สำเร็จรูป ที่ช่วยทำให้ข้อความของคุณมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น และสามารถส่งต่อถึงลูกค้าตามกลุ่มเฉพาะ ได้หลายๆ คนพร้อมกันในเวลาเดียว 

 

สนใจใช้งาน R-Message

สำหรับท่านที่สนใจใช้งาน R-Message ในการทำ SMS Marketing และ Email Marketing กับฐานลูกค้าคนสำคัญของท่าน สามารถ คลิกที่นี่ เพื่อกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราติดต่อกลับไปเพื่อแนะนำวิธีการใช้งานและค่าบริการ และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำการใช้งานเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงาน Readyplanet ได้ตลอด 24 ชม. ที่เบอร์ 02-016-6789